Home Uncategorized 12 คาถากันน้ำตาไหล ครองรักอย่างไรให้ยืนนาน

12 คาถากันน้ำตาไหล ครองรักอย่างไรให้ยืนนาน

0
0

คาถาที่ 1 มีช่วงเวลาสนุกด้วยกัน
จะเป็นกิจกรรมใด ๆ ก็ได้ ที่ไม่ใช่การนั่งก้มหน้ามองจอข้าง ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นงานสวน ดำน้ำ เรียนทำอาหาร ปั่นจักรยาน ฯลฯ

“คู่รักทุกคู่ควรมีกิจกรรมที่ทำร่วมกันแล้วเกิดความสุข”

คาถาที่ 2 รู้จักฟัง
บางครั้งแค่ฟังไปเรื่อย ๆ ยังดีซะกว่าการที่คอยขัดจังหวะการพูด เพราะการเสนอไอเดีย/ทางแก้ในช่วงเวลาที่อีกฝ่ายไม่ได้ต้องการถือว่าเป็นการบ่อนทำลายความสัมพันธ์อย่างหนึ่ง

“การรับฟัง คือ หนึ่งในสิ่งทีมีค่าที่สุดของชีวิตคู่”

สิ่งที่ “หมอกระดูก” ไม่เคยบอกคุณ! “โรคข้อเสื่อม” รักษาหายขาดได้ด้วย “ตัวนี้”!!!
สิ่งที่ “หมอกระดูก” ไม่เคยบอกคุณ! “โรคข้อเสื่อม” รักษาหายขาดได้ด้วย “ตัวนี้”!!!

เปลี่ยนมือ “ยายแก่” ให้เรียบเนียน เด้ง เหมือนมือ “สาว” ได้ใน 7 วัน ถ้าคุณใช้…
เปลี่ยนมือ “ยายแก่” ให้เรียบเนียน เด้ง เหมือนมือ “สาว” ได้ใน 7 วัน ถ้าคุณใช้…

คาถาที่ 3 สื่อสารความรู้สึก
เมื่อเกิดการโต้เถียงหรือขัดแย้ง ณ จุดนั้น บางทีข้อเท็จจริงก็ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญมากนัก แต่การสื่อสารออกไปว่าเหตุการณ์นี้ “เรารู้สึกกับมันอย่างไร” ต่างหากที่จะช่วยให้เราสามารถทำความเข้าใจกันได้ เช่น

“ตอนนี้ฉันรู้สึกน้อยใจที่คุณไม่มีเวลาให้”

“ตอนนี้ผมรุ้สึกโกรธที่คุณไม่ปรึกษาก่อน”

“เสียใจ ผิดหวัง หึงหวง เป็นห่วง” เราสามารถพูดคำศัพท์เหล่านี้เพื่อสื่อว่าเรากำลังรู้สึกมันอยู่ได้เสมอรักยืนยาว

คาถาที่ 4 พูดให้ตรงกับใจ
การสื่อสารออกไปตรงๆและชัดเจนว่าสิ่งที่เราต้องการคืออะไร เป็นการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพที่สุด ไม่มีใครชอบเล่นเกมส์เดาใจ ไม่ว่าจะเป็นทั้งด้านบวกและด้านลบ (แต่จะต้องเลือกเวลาที่จะนำเสนอให้เหมาะสมถูกกับกาละเทศะ)

คาถาที่ 5 ส่งเสริมชีวิตของกันและกัน
เปิดโอกาสให้คู่ของเราได้เติบโตในแบบของเขา หากสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ดี สร้างสรรค์ และไม่ทำร้ายใคร เราสามารถจดรายการข้อดี/พฤติกรมในด้านบวกของคู่เราไว้ ในกรณีที่จิตใจของเขาบอบช้ำหรือมีอุปสรรคในชีวิต ให้นำมันออกมาอ่านเพื่อให้กำลังใจและเตือนสติกับเขาอย่างสม่ำเสมอ

คาถาที่ 6 ทำดีต่อกันทุกวัน
การแสดงความรักและห่วงใย ให้เวลาหรือใส่ใจกับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างสม่ำเสมอ เรืองเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่หากเกิดขึ้นบ่อย ๆ ก็สามารถกลายเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ได้ เมื่ออีกฝ่ายทำสิ่งที่เราประทับใจ ขอให้แสดงความรู้สึกพอใจ ชมเชย หรือพูดว่าชอบทุกครั้ง แล้วสิ่งนั้นจะถูกเรียนรู้ว่าเป็นสิ่งที่ควรทำ

คาถาที่ 7 มีฝันร่วมกัน
การที่คนสองคนมีความฝันร่วมกัน และทำอะไรไปด้วยกันเพื่อให้ฝันนั้นเป็นจริง เป็นสิ่งที่สามารถสร้างความแข็งแกร่งให้ความสัมพันธ์ได้ และคู่รักควรมีเวลานั่งคุยกันถึงเป้าหมายร่วมกันในชีวิตอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

คาถาที่ 8 มีเวลาให้แก่กัน
“การมีเวลาให้แก่กัน” ไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็นการออกไปเที่ยวนอกบ้าน หรือทริปแบบยาวๆเสมอไป แค่กลับบ้านเร็วกว่าเดิม เข้านอนเร็วกว่าปกตินิดหน่อย ดับไฟ หันหน้า สบตาถามไถ่กัน แค่นี้ก็สุดยอดแล้ว

คาถาที่ 9 มีช่องว่างให้กันและกัน
คนสองคนอาจจะมีสิ่งที่ไม่ได้ชอบตรงกันไปเสียทั้งหมด นั่นเป็นเรื่องธรรมดาและเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกๆคู่เสมอ มันจึงเป็นสิ่งที่เป็นไปได้หากเราจะมีสิ่งที่ชอบหรือมีกลุ่มเพื่อนของเราเอง แต่เราเองจะต้องจัดสรรเวลาและความสำคัญก่อนหลังให้ดี

คาถาที่ 10 ชื่นชมในความเหมือน
เมื่อคนเราเติบโตขึ้น ความคิดเห็น ความสนใจ และประสบการณ์ก็เปลี่ยนแปลงไปได้ แต่ถ้าคนสองคนต่างก็มีความเชื่อหลักในสิ่งเดียวกันแล้ว การสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนจะเป็นไปได้มากกว่า

“หากเรามีสิ่งที่เหมือนกันแล้ว ก็ต้องคงสภาพความสิ่งนั้นนั้นหรือพัฒนามันให้ดีขึ้นเรื่อยๆ”

คาถาที่ 11 เคารพในความต่าง
ไม่มีคู่รักคู่ไหนที่จะมีอะไรเหมือนกันไปเสียทั้งหมด คู่ที่ไปด้วยกันได้ดีที่สุดไม่ใช่คู่ที่ชอบอะไรเหมือนกันทุกอย่าง แต่เป็นคู่ที่พยายามเรียนรู้และอยู่กับความต่างโดยไม่ไปเปลี่ยนแปลงอะไรกับมันมากนัก (หากไม่ใช่เรื่องที่ร้ายแรง)

คาถาที่ 12 จัดการความขัดแย้งให้ดี
ความขัดแย้งเป็นเรื่องที่คู่รักทุกคู่ต้องมีเป็นธรรมดา ประเด็นจึงอยู่ที่เราจะจัดการมันอย่างไร เพราะหลายครั้งที่การประนีประนอมไม่ช่วยให้ปัญหาคลี่คลาย กุญแจที่สำคัญจึงอยู่ที่การจัดการความขัดแย้งให้ดี ให้การขัดแย้งนั้นเป็นไปอย่างยุติธรรม เช่น “การรับฟัง” “การพูดจาให้ชัดเจนไม่คลุมเครือ” การเอาใจเขามาใส่ใจเรา ลองมองในอีกมุมของเขา เป็นต้น

“ไม่จำเป็นที่คนสองคนจะต้องเห็นตรงกันไปตลอด แต่จำเป็นที่จะต้องพัฒนาความเข้าใจระหว่างกันอยู่เสมอ”

คาถาพิเศษ : รู้ว่าเมื่อไหร่ต้องพบผู้เชี่ยวชาญ
คู่รักหลายคู่เมื่อเจอกับปัญหาของความสัมพันธ์ก็เสียเวลาไปกับการผัดผ่อนและเพิกเฉยต่อปัญหา จนปัญหานั้นมันยากเกินจะเยี่ยวยาจึงเริ่มพยายามแก้ไข บางคู่มองว่าการมาพบจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาหรือครอบครัวบำบัดเป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่า “ชีวิตคู่ล้มเหลว”

แต่สิ่งที่ทุกคนต้องรู้ก็คือ กระบวนการทำครอบครัวบำบัด หรือการให้คำปรึกษาชีวิตคู่ สามารถช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของความสัมพันธ์ ช่วยให้คู่รักมองปัญหาได้ชัดเจนขึ้น ทำให้ทั้งคู่มองเห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของความสัมพันธ์ และช่วยให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทางที่่ดีขึ้นได้

“ทุกคู่มีปัญหาของเขาเสมอ แต่ทุกปัญหาก็ล้วนมีทางออกของมัน บางครั้งการมองปัญหาจากจุดที่ห่างก็มาโดยผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมมาโดยเฉพาะก็สามารถช่วยให้ชีวิตคู่ดีขึ้นได้ โปรดอย่าอายหรือเกรงใจที่จะมาพบและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ”

ขอบคุณข้อมูล www.sabaiclub.com

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In Uncategorized

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *