Home สาระความรู้ 5 เทคนิค พิชิต “หลับใน” ได้ผลชัวร์

5 เทคนิค พิชิต “หลับใน” ได้ผลชัวร์

0
0

คนทำงานส่วนใหญ่ที่ใช้ร่างกายกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อยในช่วงกลางวัน พอตกเย็นขับรถกลับบ้านก็อาจมีอาการง่วงซึมเป็นธรรมดา ยิ่งถ้าบ้านอยู่ไกล ต้องขับรถด้วยความเร็วสูงอยู่ประจำแล้วล่ะก็ ยิ่งอันตรายเข้าไปใหญ่

เราขอแนะนำ 5 เทคนิคพิชิตหลับในมาฝากกันครับ

1.หาอะไรเข้าปาก

อาการของคนมีอาการหลับในส่วนใหญ่จะขยับร่างกายน้อยมาก มือจับพวงมาลัยท่าไหน ก็จะค้างไว้อย่างนั้นตลอด ดังนั้น การหันมาควานหาของกินในรถ จะช่วยกระตุ้นร่างกายได้ในระดับหนึ่ง หากมือมีการหยิบจับอาหารใส่ปากอยู่เรื่อยๆ ก็จะช่วยให้ร่างกายได้ขยับเขยื้อนบ้าง ยิ่งถ้าเป็นอาหารหรือขนมรสชาดเปรี้ยวๆ ด้วยแล้วล่ะก็จะยิ่งสดชื่นขึ้นไปอีก

2.คุยกับคนข้างๆ

การหลับในอาจเกิดได้ในกรณีขับรถเพลินๆ เพ่งสมาธิไปที่การขับรถเพียงอย่างเดียว สายตาก็มองไปแต่ถนนข้างหน้า ต้นไม้น้อยใหญ่ที่เคลื่อนผ่านไปก็ชวนให้ง่วงดีแท้ ดังนั้น หากเริ่มมีอาการหลับใน ให้ลองชวนคนข้างๆคุยดูก็ดี ช่วยให้มีการพูดคุยโต้ตอบ แก้ง่วงได้เหมือนกัน หากขับรถคนเดียวก็ไม่ยาก ลองโทรศัพท์หาใครดูซักคน แล้วอย่าลืมใช้สมอลทอล์ค หรือคุยผ่านลำโพงในรถเพื่อความปลอดภัย

3.เหยียบคันเร่งให้มิด….!

นี่อาจเป็นคำแนะนำที่ดูแปลกไปนิด แต่อย่างที่บอกไปว่าการขับรถขณะหลับใน จะมีการขับขี่ตามคันหน้าไปแบบเรื่อยๆ ดังนั้น เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารอะดรีนาลีนออกมานั้น ผู้อ่านอาจลองใช้วิธีเหยียบคันเร่งให้มิด จะทำให้ตัวรถพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทีนี้พอกำลังเคลิ้มๆได้ที่อยู่ ก็จะรู้สึกตกใจ ช่วยให้หายง่วงซึมได้เหมือนกัน พอร่างกายเริ่มตื่นแล้วก็ปล่อยคันเร่งแล้วขับต่อไปตามปกติ

แต่อย่าลืมว่าต้องทำขณะรถโล่งและปลอดภัยเท่านั้นนะครับ รวมถึงต้องไม่ใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนดด้วย

4.ปิดแอร์ เปิดกระจก

บางครั้งแอร์เย็นๆในรถเนี่ยแหละ ก็เป็นตัวการที่ทำให้เรารู้สึกคิดถึงเตียงนุ่มๆที่บ้านเป็นยิ่งนัก ดังนั้น ลองปิดแอร์แล้วลดกระจกคู่หน้าลงขณะขับรถ ก็จะช่วยให้รู้สึกกลับมาสดชื่นได้เหมือนกัน

5.ไม่ไหวจริงๆก็งีบซะ

ถ้าคุณผู้อ่านลองทำตามที่เราแนะนำทั้ง 4 ข้อด้านบนมาแล้วแต่ยังไม่ดีขึ้น ทางออกทางเดียวก็คือการจอดรถแล้วงีบเสียก่อน ถือเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ซึ่งการจอดรถพักผ่อนเอาแรงก็มีเทคนิคเล็กน้อยเช่นกัน เพื่อให้ปลอดภัยต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ดังนี้

จอดรถในที่ที่มีคนพลุกพล่าน และมีแสงสว่าง เช่น ปั๊มน้ำมันใหญ่ๆ, ที่จอดรถมินิมาร์ท เป็นต้น
ปิดแอร์ดับเครื่องยนต์ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการไหลเวียนของคาร์บอนมอนออกไซด์ ที่อาจส่งผลให้เสียชีวิตโดยไม่รู้ตัว
ล็อกประตูทุกบาน จากนั้นลดกระจกหน้าต่างคู่หลังลงเล็กน้อย ประมาณ 2-3 เซนติเมตร แล้วกดปุ่มล็อคกระจกคู่หลังไว้เพื่อความปลอดภัย
ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ ประมาณ 10-15 นาทีกำลังดี

ขอบคุณ auto.sanook

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In สาระความรู้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *